สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ Embarassed
 
สืบเนื่องจากวันพรุ่งนี้ (26 มิถุนายน) จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านสุนทรภู่ กวีเอกของพวกเรา จึงเป็นที่แน่นอนว่าคณะครูภาษาไทยของทุกโรงเรียนจะพร้อมใจกันให้การบ้านคุณหนูๆไปแต่งกลอนเล่นๆซักสามสี่บทโดยไม่ได้นัดหมายเป็นแน่แท้ xD
 
และจากประสบการณ์ตรงที่โรงเรียน จขบ.พบว่ายังมีเพื่อนๆของพวกเราหลายคนที่ยังแต่งกลอนไม่ค่อยได้ สาเหตุก็มีไม่มากหรอกครับ
 
1. กลอนประเภทนี้แต่งยังไงอ่ะ?
  
เป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตเลยครับ เพราะว่าบทร้อยกรองของไทยนั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก แต่ละชนิดก็จะมีฉันทลักษณ์บังคับกันไป
 
วิธีแก้หนึ่งเดียวคือต้องจำให้ได้เท่านั้นครับ ซึ่งวิธีช่วยจำก็ง่ายๆ คือแต่งมันบ่อยๆ ไปเครียดอะไรมาก็ลองบ่นเป็นคำกลอนดูนะครับ ระหว่างร่ายกลอนก็เหน็บแนมคนที่เราหมั่นไส้ไปด้วย จะได้อารมณ์มาก Kiss
 
2. คิดไม่ออกอ่ะ -.-
  
คือสุดยอดปัญหาใหญ่ของการบ้านที่เป็นกลอน สาเหตุก็มีอยู่หลายปัจจัย เช่น กำหนดเวลาที่สั้นเหลือทน หรือความเครียด ความกดดัน คุณครูอาจจะคาดหวังสูง เราอาจต้องแข่งกับเพื่อน อะไรประมาณนั้น
  
ดังนั้น จขบ.จึงได้เขียนเอนทรี่นี้ขึ้น โดยหวังว่าเอนทรี่นี้จะช่วยท่านผู้อ่านให้กลอนได้สนุกสนานมากขึ้นเน้อออ xD
  
เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย!
  
ก่อนอื่น จขบ. ขอแนะนำให้รู้จักกับประเภทของกลอนทอปฮิตติดชาร์ต ที่คุณครูมักจะสั่งให้แต่งนะครับ + +
  
 
ที่เห็นอยู่นี้ ทุกคนคงได้ลิ้มลองมาแล้วแน่ๆ มันคือ "กลอนแปด" ครับ เจ้ากลอนแปดนี้ยังมีชื่ออื่นอีก เช่น กลอนตลาด หรือกลอนสุภาพ เป็นต้น โดยกลอนแปดเรียกได้ว่าเป็นกลอนที่เบสิกที่สุดในบรรดากลอนทั้งปวง เหมือนเป็นด่านแรกในเกมส์นั่นแหละครับ Foot in mouth
 
ฉันทลักษณ์ของมันเป็นอะไรที่ง่ายมาก แต่ขอแจงอย่างละเอียดหน่อย ข้อบังคับมีดังต่อไปนี้ครับ:
 
1.ตามที่ชื่อบอก กลอนแปด ก็ต้องมีวรรคละ 8 คำ แต่เราสามารถแต่งเป็น 9 คำก็ได้ และในกรณีที่หมดทางเลี่ยงจริงๆ เรายังแต่งเป็น 7 หรือ 10 ได้ แต่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะกลอนของเราจะไม่ค่อยไพเราะเสนาะหู
 
2.ในบทนึงเราจะแต่งกัน 4 วรรค คือ สดับ-รับ-รอง-ส่ง
 
3.สำหรับสัมผัสนอกนั้น อันนี้ต้องจำกันเองครับ กล่าวคือ "คำสุดท้ายวรรคแรก สัมผัสกับคำที่สาม สี่ หรือห้า ของวรรคที่สอง" "คำสุดท้ายวรรคที่สอง สัมผัสกับคำสุดท้ายวรรคที่สาม และคำที่สาม สี่ หรือห้า ของวรรคที่สี่" และ "คำสุดท้ายวรรคที่สี่ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่สองของบทถัดไป" ซึ่งจุดที่ควรระวังคือ คำสุดท้ายของวรรคที่สี่ หรือก็คือคำที่อยู่ท้ายสุดนั่นแหละ คำๆนี้เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของบทต่อไปเลยว่ามันจะยากแค่ไหน ถ้าเราลงด้วยคำยากๆ เช่น "บัง" เราจะแต่งบทต่อไปลำบาก เพราะนั่นหมายถึงว่า คำสุดท้ายวรรคที่สอง คำที่สุดท้ายวรรคที่สาม และคำที่สามวรรคที่สี่ จะต้องลงท้ายด้วย -ัง เหมือนกันหมด จึงต้องระวังคำตรงนี้ให้ดี
  
ปล. กลอนแปดนี้ต้องจำให้ได้เลยนะครับ เพราะมันเป็นพื้นฐานของคำประพันธ์จำนวนมาก ทั้งกลอนสักวา (กลอนแปดที่ึ้ขึ้นต้นด้วยสักวา ลงท้ายด้วยเอย) กลอนบทละคร (กลอนแปดขึ้นต้น/ลงท้ายด้วยคำตามที่กำหนด ) หรือแม้แต่นิราศที่ฟังดูยากเวอร์ แท้จริงก็คือกลอนแปดที่ตัดวรรคแรกออกไป แล้วแต่งรำพึงรำพันถึงคนรักที่เราจากมาแดนไกลเท่านั้นเอง Kiss
  
เอาล่ะ ไปที่บทร้อยกรองประเภทต่อไปกันต่อ Surprised
 
 
ถัดจากบอสด่านหนึ่งที่ชื่อกลอนแปด ก็ถึงตาบอสด่านสองที่ชื่อ "กาพย์ยานี 11"
  
นับว่าเป็นวิวัฒนาการที่ง่ายขึ้นนะ เพราะว่าคำถูกตัดออกเหลือแค่ "หน้า 5 หลัง 6" คือวรรคข้างหน้ามีห้าคำ วรรคข้างหลังมี 6 คำ สัมผัสต่างๆก็เหมือนกับกลอนแปด แต่ดัดแปลงนิดหน่อยตรงที่เราจะไม่ไปลงคำที่สี่หรือห้าแล้ว แต่จะกลายเป็นคำที่สามอย่างเดียวซะมากกว่า คำสุดท้ายวรรคที่สามก็ไม่ต้องไปเชื่อมอะไรให้วุ่นวาย กลายเป็นว่าง่ายขึ้นเยอะเลยซะอย่างงั้น xD
 
กาพย์ยานี 11 เด่นๆดังๆก็เช่นกาพย์เห่เรือ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน เป็นต้น
 
อนึ่ง กาพย์ยานี 11 นี้ยังสามารถวิวัฒนาการเป็น "อินทรวิเชียรฉันท์" ได้ ซึ่งก็คือกาพย์ยานี 11 เป๊ะๆ แต่บังคับคำ "ครุ" กับ "ลหุ" โดยทั้งสองตัวนี้เกี่ยวข้องกับคำเป็นคำตาย พูดง่ายๆก็คือ เป็นร่างมหาโหดของกาพย์ยานี 11 นั่นเอง Tongue out
 
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กับโคลงอีกประเภทที่นิยมกันเหลือเกิ๊นนนนนนนนน Embarassed
 
 
โคลงสี่สุภาพ คือ บทร้อยกรองประเทภ "โคลง" ที่เป็นที่นิยมของเหล่าคุณครูมากที่สุด โดยเรามีกลอนแม่บท หรือกลอนต้นแบบที่คุณครูที่รักจะต้องเขี้ยวเข็ยให้คุณหนูๆจำกันให้ได้ >3<
 
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับไหล ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ
 
...คงเป็นโคลงสี่ที่เราคุ้นหูคุ้นปากกันที่สุด และที่พวกเราต้องท่องก็เพราะว่า นี่เป็นบทที่แสดงถึงฉันทลักษณ์ได้แจ่มแจ้งที่สุดแล้ว แถมยังติดปากอีกต่างหาก -0-
 
ฉันทลักษณ์ก็ไม่มีอะไรมาก 1 บท มี 4 บาท แต่ละบาท มี 2 วรรค วรรหน้าห้าคำตลอดศก สรรคหลังสองคำ ใส่คำสร้อย (คำเสริม) ได้อีกสองคำตรงบาทแรกกับบาทที่สาม และวรรคสุดท้ายมี 4 คำ มีบังคับเอก 7 โท 4 และสัมผัสนอกตามจุดที่กำหนด
 
ถ้าจำไม่ได้ ก็ลองท่องหรือบทเสียงลือเสียงเล่าอ้างดูครับ ลองโยงเส้นสัมผัส นับเอกโทให้ได้ 7 กับ 4 แค่นี้เอง xD
 
ปล. เรายังมีบทร้อยกรองที่เรียกว่า "กาพย์ห่อโคลง" ซึ่งก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย มันก็คือบทกลอนที่มีโคลงสี่สุภาพขึ้นนำหนึ่งบท ต่อด้วยกาพย์ยานี 11 อีกพรืดนึง แค่นั่นแหละ Foot in mouth
 
...
 
และนั่นก็คือ 3 บอสหลักๆที่คุณครูนิยมสั่งเป็นการบ้านให้พวกเรานะจ๊ะ ถ้าเราจำกลอนสามแบบนี้ได้ เราจะสบายไปเยอะเลย ทีนี้ หลังจากที่เราจำฉันทลักษณ์ได้ ก็มาถึงขั้นตอนการแต่ง ซึ่งเป็นจุดที่ยากที่สุด แต่วันนี้จขบ.จะมาบอกเคล็ดลับให้ฟัง อิอิ Embarassed
 
เคล็ดลับที่จะทำให้กลอนของเพื่อนๆเปี่ยมสาระ ไพเราะ (และฮา) ก็คือ:
  
1. วางเนื้อหาเป็นประโยคธรรมดาก่อน - คือลองเขียนดูก่อนว่ากลอนของเราจะมีเนื้อหายังไง ไม่ใช่อยู่ๆมาก็ร่ายกลอนไปเลย แบบนั้นเราจะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งนิ่งๆจ่อปากกาอยู่กับหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า Foot in mouth

2. ตัดแบ่งไปตามฉันทลักษณ์ - อย่างเช่น ถ้าแต่งกลอนแปดก็ตัดเนื้อหาพรืดๆมาเป็นกลุ่มละ 8 คำ หรือถ้าแต่งโคลงสี่ก็ลองแบ่งเป็น 4 ส่วนดู (ตาม 4 บาทนั่นเอง)
 
3. ดัดแปลงคำให้ลงล็อก หรือเปลี่ยนให้สวยงาม - คือดัดคำให้ตรงตามฉันทลักษณ์ ให้มันคล้องจองกัน (สัมผัสนอก-ใน)
 
....แค่นี้ครับ
 
แค่ 3 ข้อนี่แหละ ไม่ได้ยากอะไรเลย Wink
 
 
 
 
ทีนี้ เราลองมาดูตัวอย่างกัน
 
 

 
ก่อนอื่น จขบ.จะทำตามข้อหนึ่ง คือวางเนื้อหาก่อน เขียนไปเยอะๆ แล้วค่อยเลือกใช้ทีหลัง ถ้าอันไหนที่เราไปคิดออกทีหลังก็ให้มาเสริมในนี้แหละ
 

"สุนทรภู่เป็นกวีเอกของไทย เป็นบรมครูสมัยกรุงศรีอยุธยา ยูเนสโกยกย่องให้เป็นเชกสเปียร์เมืองไทย แต่งคำประพันธ์ทุกชนิดได้ไพเราะ มีสาระ มีคุณค่า และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชนรุ่นหลัง"
  

สมมติว่าจขบ. จะต้องแต่งกลอนแปดบทนึง จขบ.ก็จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 วรรค
  

"สุนทรภู่เป็นบรมครูและกวีเอกของไทย" "มีชื่อเสียงโ่ด่งดังมาก" "แต่งกลอนทุกชนิดได้ไพเราะสุดๆ" "กลอนเหล่านั้นยังมีคุณค่ามากมาย เอามาเป็นบทเรียนสอนคนรุ่นหลังได้"
  

จากนั้นจขบ.ก็จะดัดแปลงเนื้อหาเหล่านี้ให้ลงตามฉันทลักษณ์ของกลอนแปด
  
เริ่มจากจำนวนคำ
  

สุนทรภู่เป็นครูและกวีไทย
มีชื่อเสียงโ่ด่งดังไปไกลมาก
กลอนแบบไหนก็แต่งได้ไพเราะมาก
เอามาเป็นแบบอย่างให้รุ่นหลัง
  

ทีนี้ก็สัมผัสนอก
  

สุนทรภู่เป็นครูและกวีไทย
มีชื่อเสียงดังไกลไปทุกที่
กลอนแบบไหนก็แต่งได้ไพเราะดี
กลอนแบบนี้เอามาให้รุ่นหลังดู
  

สุดท้ายก็ขัดสีฉวีวรรณ เปลี่ยนคำให้สละสลวยเป็นเงางาม xD
 
 
สุนทรภู่ครูกวีศรีสยาม
ให้ครั่นคร้ามนามระบิลระบือเลื่อง
ร้อยนิราศปราชญ์อักษรกลอนร่ายเรือง
รวบร้อยเรื่องเรียงไว้ให้ไทยชม
  

อนึ่ง ทั้งสามขั้นตอนหลังนี้ (จำนวนคำ-สัมผัส-ความไพเราะ) ต้องทำไปพร้อมกันนะครับ เพื่อความถูกต้องและสวยงาม xD
 
 
 
 
 
ลองมาดูกาพย์ยานี11 กันบ้าง หลังจากที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว
 
 
แรกรุ่นสุนทรภู่ บรมครูกาพย์กลอนไทย
ร้อยเรียงระบือไป ถึงต่างแดนแสนตื้นตัน
โคลงฉันท์ท่านแต่งได้ พินิจคล้ายพรสวรรค์
คุณค่าคุณากรร ร้อยเรียงไว้ให้ไทยชม
  
 
 


ปิดท้ายด้วยโคลงสี่สุภาพ
 
 
สุนทรภู่ปราชญ์ก้อง ผองไทย
นามเลื่องระบือไป    เจิดจ้า
โคลงฉันท์กาพย์กลอนไหน ราวหมื่น แพรเลิศ
คุณค่าดังส่องกล้า จรดให้ประสิทธิ์สอน
 
 
สรุปง่ายๆก็คือ
 
"ขอแค่จำรูปแบบ และไม่รีบร้อน การแต่งกลอนจะกลายเป็นของกล้วยๆไปในบัดดล~"
  
ขอให้สนุกกับการแต่งกลอนนะครับ วันนี้จขบ.ขอลาไปก่อน พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ >3<
  1.  

Comment

Comment:

Tweet

question question question question question question angry smile sad smile sad smile sad smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile cry double wink angry smile open-mounthed smile angry smile wink double wink double wink double wink

#10 By 0852369741 (106.0.202.109|106.0.202.109) on 2014-11-19 11:20

tongue embarrassed surprised smile surprised smile

#9 By (106.0.202.109|106.0.202.109) on 2014-11-19 11:18

#6 By (27.55.193.205|27.55.193.205) on 2014-06-28 08:52

#7 By (27.55.193.205|27.55.193.205) on 2014-06-28 08:52

#8 By (27.55.193.205|27.55.193.205) on 2014-06-28 08:52

#3 By (27.55.193.205|27.55.193.205) on 2014-06-28 08:52

#4 By (27.55.193.205|27.55.193.205) on 2014-06-28 08:52

#5 By (27.55.193.205|27.55.193.205) on 2014-06-28 08:52

กวีสุนทรภู่

#2 By (223.206.13.205|223.206.13.205) on 2014-06-11 18:52

พร้อมใจให้การบ้านโดยมิได้นัดหมาย...sad smile
สาระดีค่ะbig smile Hot!
แต่งร้อยกรองเพราะดีจังbig smile

#1 By R-Tech on 2013-08-06 15:27

Recommend