สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน
 
นี่มันปาฏิหารย์ชัดๆ จู่ๆผมก็อัพบล็อกอย่างไม่มีทรัมเป็ตคลาริเน็ต Sealed
 
เอาล่ะครับ ที่มาลงเอนทรี่นี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอก สืบเนื่องจากวันนี้ผมได้พูดคุยกับครูจีนในโรงเรียนอยู่พักหนึ่ง ไปๆมาๆผมก็ถามคำถามสั้นๆไปว่า
 
"รู้สึกยังไงกับโรงเรียนนี้?"
 
 
เจตนาที่ผมถามคำถามนี้คือ ผมอยากทราบความคิดเห็นของฝรั่งต่อ...เอ่อ....ความล้มเหลว....สิ่งต่างๆเกิดขึ้นอย่างไม่ควรจะเป็นในโรงเรียน และเพื่อความขบขัน เอาไว้นินทากันสนุกปากเท่านั้น
 
แต่คำตอบที่ผมได้รับมันต่างออกไป
 
 
บางอย่างทำให้ผมฉุกคิดถึงอะไรต่างๆที่เราแทบจะไม่รู้สึก เพราะเราเห็นมันจนชินในชีวิตประจำวัน เราคิดว่ามันเป็นอย่างที่เราคิด ทั้งๆที่แท้จริงแล้วมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง
 
เหมือนกบในกะลาครอบ
 
บางอย่างก็เป็นการตอกย้ำปัญหาต่างๆในระบบการศึกษาไทยอย่างชัดเจน
 
(ต่อไปนี้คือบางส่วนของคำตอบที่ครูท่านนี้ให้ไว้ ซึ่งไม่ตรงกับที่ท่านพูดเป๊ะๆ ผมจำมาแล้วบรรยายด้วยภาษาของผมอีกที อย่างไรก็ตาม เนื้อหาเหล่านี้จะถูกบรรยายให้ตรงกับความเป็นจริงที่สุด)
 
 
คำตอบของครูจะเป็นสีแดง (ส่วนความคิดเห็นของผมจะเป็นสีเขียวในวงเล็บ)
 
 
 
ประโยคแรกของครูที่ตอบมาคือ
 
"บอกตรงๆนะ ชั้นรู้สึกว่าชั้นต้องออกไปจากที่นี่.."
 

 
คุณพระ 
 
นั่นเป็นคำวิจารณ์เกียวกับโรงเรียนที่แรงที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมาจากปากครูในโรงเรียนนี้ ผมว่ามันแรงยิ่งกว่า This school s*cks. อีกนะ
 
 
แต่แกรีบพูดต่อว่า
 
"...เพราะถ้าขืนอยู่ต่อไป ชั้นต้องติดแหง่กกับบรรยากาศแสนสบายของที่นี่แน่ๆ"
 
1. นึกว่าโรงเรียนจะแย่ขนาดนั้นซะอีก
2. แกพูดออกมาว่า "สบาย".....
 
ครูครับ มีตรงไหนในหย่อมหญ้าของโรงเรียนไทยที่สื่อว่ามันสบายครับ!
 
2.1 นักเรียนไทยเรียนกันเป็นบ้าเป็นหลัง ในโรงเรียนว่ายากแล้ว ที่เรียนพิเศษนี่คือเรียนกันเหมือนจะแข่งเรียนชิงแชมป์โลก ค่าเรียนพิเศษเหล่านั้นถ้าเอามารวมกันผมว่าเอามาเป็นทุนตั้งธุรกิจส่วนตัวได้นะครับ - -

2.2 ครูไทยวุ่นวายที่สุดในสามโลก นอกจากการเรียนการสอนต้องประชุมกับเตรียมเอกสารบ้าบอสารพัด

2.3 กฏระเบียบเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักเรียนยุคใหม่อย่างแรง
 
แต่พอครูเริ่มสาธยายมา ผมก็เริ่มเข้าใจว่า
 
"มิน่า เขาถึงบอกว่าโรงเรียนนี้มันแสนสบาย"....
 
 
 
แกบอกว่า แกแปลกใจจริงๆที่นักเรียนไทยจะชิลล์ได้ขนาดนี้
 
"ชิลล์"....
 
อ๋อ
 
บางทีท่านผู้อ่านอาจจะสงสัย เนื้อหาของวิชาต่างๆก็ไม่ใช่น้อย ยิ่งม.ปลายยิ่งแล้วใหญ่ พอเอามารวมกันแทบจะลมจับ แต่ที่หนักที่สุดคือการเรียนพิเศษระดับนรกแตก
 
งั้นอะไรคือสิ่งที่ทำให้ครูท่านนี้พูดออกมาแบบนี้ได้?
 
คำตอบคือ "นักเรียน" ครับ
 
เท่าที่ครูท่านนี้สัมผัสมา นักเรียนที่ท่านเห็น มีไม่ถึงครึ่งหรอกครับที่ตั้งใจเรียน อีกครึ่งคือนอกจากไม่สนใจเรียนยังคุยกันจ้าละหวั่น ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย (ผมแอบคิดว่าบางทีโดดไปเลยยังดีกว่า - -)
 
แกคงเข้าใจว่า นักเรียนรักความสบายแบบนี้กันทุกคน ทุกโรงเรียน และการกระทำแบบนี้คือเรื่องปกติ ซึ่งจริงๆแล้วมันผิดอย่างสิ้นเชิง ผมมั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีโรงเรียนใดในประเทศไทยอนุญาตให้นักเรียนคุยแข่งกับครูเหมือนตลาดสด อีกอย่างมันเป็นมารยาทสากลอยู่แล้วที่เราต้องให้เกียรติครู และเป็นผู้ฟังที่ดี + +
 
แต่ก็อย่างที่บอก สำหรับนักเรียนเหล่านั้น กฏคงมีไว้แหกจริงๆ . .
 
ไปกันต่อดีกว่า
 
 
"ในโรงเรียนไทย ครูฝรั่งสบายมาก แต่ครูไทยเหมือนจะยุ่งอยู่ตลอดเวลา พวกเขามีภาระติดพันอยู่ตลอด ประชุมกันทุกนาที พวกเขายุ่งกับทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นการเรียนการสอน"
 
แรงอีกแล้ว 
 
แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สิ่งที่ครูฝรั่งต้องทำคือเตรียมเนื้อหาการสอน เข้าสอน ให้งาน จัดแจงคะแนนนักเรียน เข้าประชุมสำคัญๆ.....แค่นั้นมั้ง
 
ส่วนครูไทยน่ะหรอ ทำทั้งหมดที่ครูฝรั่งทำ บวกกับเอกสารที่ต้องเตรียมให้หน่วยงานสารพัด เข้าประชุมแบบถี่ยิบ จัดแจงเรื่องกฏระเบียบต่างๆ บางที่นี่หนักถึงขนาดต้องไปขัดห้องน้ำ โบกรถกันเลยนะครับ (ไม่ได้เวอร์นะ จากประสบการณ์ตรงเลย)
 
กว่าจะทำงานกองภูเขาเลากานั่นเสร็จ จะเอาเวลาที่ไหนไปจัดเตรียมการเรียนการสอนครับท่าน Foot in mouth
 
ก่อนที่ผมจะเวิ่นเว้อไปมากกว่านี้ ผมว่าไปกันต่อเลยละกัน - -

 
"สภาพโรงเรียนชิลล์ๆ แบบนี้ ไม่มีวันได้เห็นในจีน ไม่ว่าครูหรือนักเรียนในจีน ล้วนถูกกดดันอย่างหนัก"
 
ผมว่าไม่ใช่แค่จีนหรอกครับ ไม่ว่าประเทศไหนๆเขาก็ไม่ให้นักเรียนคุยแข่งกับครูอย่างนี้ - -
 
อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าที่เราบ่นกันว่าเรียนหนักๆ เนี่ย ยังมีคนที่เรียนหนักกว่านะครับนะ Tongue out
 
 
 
และสืบเนื่องจากว่าผมเล่าเรื่องกีฬาสีให้แกฟัง แกก็เลยบอกมาว่า
 
"ชั้นประหลาดใจมากที่นักเรียนต้องจ่ายเงินเกือบหมื่นเพื่องานวันเดียว (ซึ่งพอนักเรียนมาขอชั้นก็ให้ไปแค่ร้อยสองร้อย) มิน่าตอนที่ชั้นรับโปรเจ็กต์งานวันรุษจีนมา โรงเรียนถึงบอกว่าเรื่องเงินคุยกับนักเรียนละกัน นักเรียนจะไปเช่าชุดมาเอง"
 
แหม่ เป็นใครๆก็ประหลาดใจครับ แกจะประหลาดใจกว่านี้ร้อยเท่า ถ้าแกรู้ว่า
 
แกฟังผิด
 
ที่ผมตั้งใจจะบอกแกคือ
 
รุ่นน้องจ่าย 200 คือมากที่สุด
พวกเรา ม.5 หัวแรงหลักของกีฬาสี จ่ายคนละ 1500
เชียร์ลีดเดอร์ นอกจากฝึกหนักอย่างกับเรียน รด. แล้ว ยังต้องควักเนื้อตัวเองคนละห้าหกพัน บางคนเกือบหมื่น
ไหนจะค่านู่นนี่มหาศาล อุปกรณ์โชว์อลังทั้งหลาย

เบ็ดเสร็จแล้ว
 
เหยียบแสน
 
 
 
เงินเหยียบแสน เพื่องานที่จัดขึ้นวันเดียว ออกเงินเป็นหมื่นเพื่อการเต้นลีด 15 นาที สิ่งที่ได้คือความภาคภูมิใจ และถ้วยรางวัลที่โรงเรียนใช้เอาไปเชยชมได้ 1 คืน วันรุ่งขึ้นต้องเอามาคืน แถมยังบอกว่า "เอามาคืนเย็นนี้เลยก็ได้"
 
มันเป็นสมการที่ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัดที่สุด Embarassed
 
พอย้อนคิดไปแล้ว เรื่องนี้คนผิดไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก นักเรียนเต็มๆเลย งบโรงเรียนให้มาน้อยแสนน้อยคงเพราะอยากจะสื่อให้เห็นว่ากีฬาสีไม่ใช่โอลิมปิก ไม่ต้องทุ่มขนาดนั้น เชียร์ลีดเดอร์ไม่ใช่หัวใจหลักของกีฬาสีด้วยซ้ำ

 ทำไมต้องทุ่มเทขนาดนั้น?
 
เอาเข้าจริงๆมันก็กดดันนะครับ เรื่องของเรื่องคือสีเขียวเราชนะสแตนด์เชียร์มา 9 ปี งานนี้คือปีที่ 10 ส่วนเชียร์ลีดเดอร์เราชนะมาเป็นปีที่ 8 รอบนี้คือปีที่ 9
 
"แล้วจะให้ทุกอย่างมันจบที่ปีเราน่ะหรอ?"
 
....
 
พอมาลองคิดๆดูแล้ว ระบบการศึกษาไทยที่มันวุ่นวายอยู่แบบนี้ ส่วนนึงคงเป็นเพราะปัญหาต่างๆมันถูกทิ้งไว้นาน กว่าจะมาแก้มันก็พันกันอีนุงตุงนังเรียบร้อยแล้ว จะแก้ได้คงต้องใช้ความพยายามและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (แหม่ ฟังดูเหมือนผมหาเสียงอยู่เลย . .)
 
ทว่า ในขณะที่เราเคร่งเครียดกับภาพลักษณ์แห่งความย่ำแย่ของการศึกษาไทย มุมมองต่อบางจุดจากสายตาชาวต่างชาติกลับสวนทางกับความคิดของเราอย่างสิ้นเชิง
 
เรามองการศึกษาไทยในแง่ลบเกินไปอย่างนั้นหรือ?
พวกเราไม่ได้แย่ขนาดนั้น?
 
แต่
 
ถ้าเราลองวิเคราะห์เข้าไปในความคิดเห็นที่น่าประหลาดใจของครูของผมท่านนี้แล้ว...
 
...อืม... มันก็เป็นอย่างที่เราคิดนั่นแหละ
 
 
......................................................
ระบบการศึกษาไทยนี่ก็แปลกดีนะครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

อืม...หลังจากอ่านบทความนี้ ช่วยเราเปิดโลกขึ้นเลยล่ะค่ะ แฮ่ๆ ไม่ได้ยอนะเนี่ย แต่มันทำให้เรารู้ว่าไม่ใช่เพียงแต่โรงเรียนเราเท่านั้น ที่ทุ่มเงินมากมายเพื่อวันๆ เดียว
ไหนจะเรื่องมุมมองอีก ก็นะ...บางทีเราอาจมองแง่ลบเกินไป(ล่ะมั้ง) sad smile Hot!

#3 By coffeelover on 2014-02-23 18:33

...ตรงอยู่นะคะsad smile Hot!
กีฬาสีบางทีโดนรุ่นพี่ <span class="text-decoration: ?line-through;">ไถตัง  </span>ขอรับบริจาค<span class="text-decoration: ?line-through;">แบบบังคับ </span>เพิ่มเพราะงบไม่พออยู่เหมือนกันค่ะ  
ปล.ตอนแรกติดสตันกับทรัมเป็ตคลาริเน็ต sad smile sad smile sad smile

#2 By R-Tech on 2014-01-26 13:24

เป็นอาจารย์ที่มีศิลปะในการตอบแบบถนอมน้ำใจมาก ๆ เลยค่ะ  วัฒนธรรมประหลาด ๆ ในโรงเรียนพวกนี้ต่อไปก็จะต่อเนื่องไปถึงวัฒนธรรมการทำงานและใช้ชีวิตของไทยด้วย (ลงทุนหนักกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่เรื่องเป็นเรื่องกลับยังไงก็ได้ /กรี๊ด)

#1 By EGUANAฟ้าประทาน on 2014-01-22 00:17

Recommend