ครับ ตามหัวเรื่องเลยครับ -/\-
 
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ หายไปนานเลยทีเดียว (อีกแล้ว) คราวนี้ตั้งใจมาเพื่อแสดงตนว่าผมยังมีชีวิตอยู่นะครับ Foot in mouth
 
สำหรับเอนทรี่นี้คงเป็นเอนทรี่จิปาถะนะครับ ออกแนวคล้ายๆบล็อกบ่นภาษาอังกฤษของผมล่ะมั้ง
 
............
 
อย่างแรกที่สุดคือควันหลงออสการ์ครั้งที่ 86 ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับ ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังด้วยนะครับ ผมเห็นแกตั้งแต่ยังแบเบาะ สมัยที่แกยังวัยละอ่อนจนตอนนี้ตีนกาขึ้นและหน้าเหี่ยวแล้ว ก็ยังไม่วายอดออสการ์ไปอีกปี สู้ๆนะลุง Money mouth
 
พูดถึงออสการ์ก็ต้องไม่ลืมโฮสต์ผู้ดำเนินงานครั้งนี้ เอเลน เดอเจเนเรส (ไม่รู้นามสกุลแกอ่านแบบนี้รึเปล่านะ) บอกตรงๆว่านี่เป็นงานออสการ์ครั้งแรกที่ผมดู และสาเหตุหลักก็คือป้าเอเลนนี่แหละ ตามความรู้สึกของผมป้าเอเลนเหมือนกับ โน้ต อุดม แต่เป็นเวอร์ชั่นระดับโลก
 
คงไม่มีใครอีกแล้วที่จะเปิดงานออสการ์ที่อลังการด้วยการแซวแขกดาราซุปเปอร์สตาร์เสียยับเยิน
 
ระหว่างงานยังสั่งพิซซ่ากิน
 
และที่เด็ดที่สุดคือถ่ายรูปเซลฟี่ (รูปตัวเอง) กับเหล่าดาราซุปตาร์ระดับโลกกลางงาน ทำให้ภาพๆนั้นกลายเป็นภาพที่ถูกรีทวิตมากที่สุดในโลก (3 ล้านกว่าครั้ง) และทำให้เว็บไซต์ทวิตเตอร์ถึงกับล่มไปเลย
 
และด้วยอานิสงค์ของรูปในตำนาน ทำให้น้องชายของ Lupita Nyong'o ดาราสาวตำแหน่งนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน เพราะตัวน้องชายไม่ได้เป็นดารากับเขา แต่กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งรูป ในขณะที่ Jared Leto ดาราชาย(น่าจะ)ตำแหน่งนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม โผล่เข้าเฟรมไปแค่เสี้ยวหน้าเท่านั้น
 
ทำให้งานออสการ์ครั้งมีสนุกและมีสีสันอย่างยิ่ง
 
หนึ่งในคนที่โดนแซวคือ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดาราสาวผู้สะดุดล้ม (อีกแล้ว) คราวที่แล้วรู้สึกแกจะสะดุดล้มตอนไปรับรางวัล มารอบนี้แกคงกลัวพลาดไปสะดุดกลางงาน เลยชิงสะดุดล้มหลังจากลงรถแต่เนิ่นๆไปเลย
 
อนึ่ง เพลง Let it go จากเรื่อง Frozen ได้รางวัลอะไรซักอย่าง ชื่อยาวเกินไปผมจำไม่ได้ แต่ประเด็นคือผมชอบเพลงนี้นะ ความหมายดี ร้องตามแล้วรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยไปตามเพลง >.<
 
................................
 
ยังคงอยู่ที่แวดวงฮอลลีวู้ดกันอีกเล็กน้อยกับเรื่อง Maleficent หรือนางร้ายจากนิทานอมตะ เจ้าหญิงนิทรา นี่เอง ภาพยนตร์เรื่องนี้จะโฟกัสไปที่ตัวแม่มด และนำแสดงโดยอาเจ้ผู้มีโหนกแก้มมหาประลัย แองเจลีน่า โจลี่ มาคราวนี้มีต้องมีการเสนิมเติมแต่งโหนกแก้มเข้าไปอีก ทำให้ Maleficent คราวนี้ผมไม่มั่นใจว่าถ้าได้เจอตัวจริงๆ ผมควรจะกลัวเวทมนตร์ของเธอ กลัวเขาอันแหลมคมของเธอ หรือจะกลัวอภิมหาโหนกแก้มแหลมเฟี้ยวของเธอดี >.>
 
อย่างไรก็ตาม สารภาพตรงๆว่าเจ้โจลี่ในคราบนางฟ้าปีศาจครั้งนี้สวยมากกกกกกก สวย สง่า มีมนต์ขลังสะกดสายตากันเลยทีเดียว อาาา
 
อีกสิ่งนึงที่ผมชอบคือเพลงประกอบ ตอนนี้มีเพลง Once upon a dream จากต้นฉบับ sleeping beauty ของเก่า เอามารีมิกซ์ใหม่ (ให้เสียงร้องโดย Lana Del Rey) จนหลอนและงดงามอย่างยิ่ง ฟังแล้วเหมือนอยู่ในภวังค์ น่าหลงไหลซะไม่มี Undecided
 
อยากดูจนจะตัวแตกตายแล้วครับ + +
 
..........................
 
ได้แต่นั่งเพ้ออยู่ทุกวันๆ กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงกันบ้างดีกว่าครับ ณ จุดๆนี้ขอเตือนล่วงหน้าว่าจขบ.จะเข้าสู้โหมดหลงตัวเองแล้วนะครับ โปรดกลั้นหายใจลึกๆแล้วอ่านต่อไป
 
เรื่องของเรื่องคือจขบ.ไปสอบ TU-GET ของธรรมศาสตร์มา เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษ จขบ.ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลยเพราะคิดว่าจะลองทดสอบความรู้ดูเฉยๆ (แต่ก็แอบหวังไว้เล็กๆว่าถ้าคะแนนผ่านเลยก็ดี 555)
 
คะแนนเต็มคือ 1000
 
คณะที่จขบ.อยากเข้าใช้ 400 เป็นอย่างต่ำ
 
จขบ.ได้....
 
 
840
 
 
ให้ตายเถอะโรบิ้น ไม่ได้เตรียมตัว สอบครั้งแรก ได้ 840! ขอพื้นที่เล็กๆให้จขบ.เต้นเหมือนโดนน้ำร้อนลวกนิดนึง
 
แต่เชื่อมั้ย นาทีนั้นตอนที่จขบ.รู้ว่าได้ 840 จขบ.รู้สึกผิดหวังนะ เพราะตอนนั้นจขบ.ไม่รู้ว่าคณะของจขบ.ใช้แค่สี่ร้อย นึกว่าอย่างต่ำมันต้อง 800 ขึ้น ขนาดเราไม่ได้เตรียมตัวยังได้ 840 คนอื่นคงได้เก้าร้อยกว่าแน่เลย
 
พอมาย้อนคิดดูตอนนี้ อยากจะนั่งไทม์แมชชีนกลับไปตบกบาลตัวเองให้หน้าทิ่มไปเลย เขาเอาแค่สี่ร้อยเอ็งได้แปดร้อยกว่า ยังจะเอาอะไรอีก -*-
 
......................
 
ตอนนี้จขบ.ต้องเพ่งสมาธิไปที่การเตรียมสอบเข้ามหาลัยเป็นหลัก พูดไปแล้วก็ทรมานนะ ต้องทำโน่นนี่เยอะแยะ แต่ก็อย่างว่าแหละ ลองไม่จบมหาวิทยาลัยสิ โอกาสในการทำงานแทบจะดิ่งลงเหว สังคมไทยยังมีค่านิยมในการประเมินค่าความสามารถจากใบปริญญาอยู่ อีกอย่างเนื้อหาวิชาของไทยเยอะมาก บางอย่างเรียนไปไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ จขบ.เคยได้ยินครูพูดว่า "เรียนไว้ประดับหัว" หรือ "เรียนไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่สนใจ" แหม ถ้ามันมีความสำคัญแค่นั้นจขบ.จะไม่ว่าอะไรเลย แต่ประเด็นคือมันมีหน่วยกิตไง เจ้าหน่วยกิตนี่แหละที่ทำให้เนื้อหาเหล่านั้นกลายร่างมาเป็น "ภาระ" กับนักเรียนตาดำๆ
 
นอกเรื่องไปนั่น เอาเป็นว่าจขบ.ก็ยังไม่ได้ทิ้งบล็อกนี้หรอกนะ ยังแวะเวียนบ้างอะไรบ้าง บล็อกอื่นๆก็มีอัพเดทอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ที่บ่อยที่สุดคือบล็อกบ่นภาษาอังกฤษ ในนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอก เนื้อหาสาระไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะเหมือนเอนทรี่นี้แหละ บ่นไปเรื่อยๆ ถึงได้ชื่อว่าบล็อกบ่น
 
ส่วนเรื่องนิยาย จขบ.แต่งจบบทแรกไป...เอ่อ....ปีกว่า...แล้วมั้ง และแล้วมันก็ค้างเติ่งจนได้ แต่ซักวันจขบ.จะกลับไปแต่งต่อแน่ๆ บางทีอาจจะเป็นเร็วๆนี้ก็ได้ จขบ.ตั้งใจไว้ว่าก่อนตายจะต้องแต่งให้จบให้ได้ (ขนาดนั้นเลย - -)
 
จขบ.เคยลงนิยายเวอร์ชั่นเก่า (ภาษาไทย) เอาไว้ในบล็อกนี้ แต่ตอนนี้จขบ.อุ้มไปดองเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้มีใครเคยมาอ่านทันรึเปล่า เหตุผลก็คือนิยายฉบับปัจจุบันของจขบ.มีรากฐานมาจากฉบับเก่านี้ จขบ.ไม่อยากให้ผู้อ่านสับสน เลยเลือกนำเสนอแค่ฉบับเดียว ซึ่งก็คือฉบับภาษาอังกฤษ(ปัจจุบัน) แต่ซักวันจขบ.อาจจะกลับมาแต่งภาษาไทยต่อ อาจจะเปลี่ยนนู่นนี่นิดหน่อย เพราะยังไงๆภาษาไทยก็แต่งง่ายกว่าร้อยเท่าพันเท่า ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคร้าบบบบบบ
 
..............................
 
จริงๆในหัวจขบ.มีโปรเจ็กต์ตรึมเลยนะ (คือเป็นพวกช่างเพ้อน่ะ) แต่จขบ.เป็นโรคอู้ระยะสุดท้าย ถึงอย่างนั้นจขบ.ก็จะพยายามสู้กับโรคร้ายนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ ในโอกาสนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ต้องฝ่าฟันโรคนี้ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน สู้ต่อไปนะ ทาเคชิ!

Comment

Comment:

Tweet

ฮาเจนนิเฟอร์ 555555' ชิงสะดุดล้มแต่เนิ่นๆ เอิ่ม..
ส่วนของโจลี่ เรื่องนี้เราไม่ค่อยคาดหวังเท่าไหร่แฮะ
เรื่องแบมากๆ แต่ก็คงจะไปดูบทบาทของนางกับลูกน้อยล่ะนะ.

จขบ. เก่งมากเลยค่า ถ้าเตรียมตัวไปจะได้เต็มเลยมั้ยนั่น -0-

#1 By Rarinrina on 2014-03-13 04:38

Recommend