สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานนนนเลยยยย Foot in mouth
 
วันนี้ทนไม่ไหวครับ ยุ่งแค่ไหนก็ต้องเขียนให้ได้ มีเรื่องให้บรรยายเป็นหน้ากระดาษเลยทีเดียว Wink
 
ว่าแล้วก็ไปกันเลยดีกว่า วันสอบ PAT จีนที่เต็มไปด้วยสีสัน (?) ของผม Embarassed
 
--12:30 น.--
 
ผมนั่งอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ จริงๆผมมาตั้งแต่เที่ยงตรงแล้วล่ะ ผมเป็นคนประเภทตื่นสนาม ขี้กังวล เวลามีสอบทีไรต้องรีบไปก่อนเวลานานๆ อย่างคราวนี้ก็ไปก่อนชั่วโมงนึงเต็มๆ กะว่าถ้ามีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที เวลาชั่วโมงนึงขนาดนี้ต่อให้ต้องเพิ่มเอกสารก็ทันแน่นอน!
 
ซึ่งแน่นอนว่าถ้าทุกอย่างมันราบรื่น เอนทรี่นี้ก็คงไม่เกิดหรอกครับคุณผู้ชม Tongue out
 
--12:45 น.--
 
ผมขึ้นตึกไปรออยู่หน้าห้องตามที่ดูที่ประกาศกับในใบจากเว็บสทศ. ทุกอย่างเรียบร้อยดี บัตรประชาชนพร้อม แต่งตัวพร้อม ดินสอพร้อม ปากกาพร้อม ยางลบพร้อม ใบหน้าที่ดูเป็นมิตรพร้อม อ้ะ นั่นมันใบรายชื่อหน้าห้องนี่นา แหม่ ไม่คิดจะดึงใบเก่าเลยหรอครับ เล่นแม็กทับลงไปเลย ว่าแล้วก็ลองดูชื่อหน้าห้องดีกว่า เผื่อไม่ตรง
 
มันไม่ตรงจริงๆครับคุณผู้ชม
 
งานเข้าแล้วสิทีนี้ รายชื่อหน้าห้องมันมีสอบแค่ 9 คน และในนั้นไม่มีชื่อผมอยู่!!! แล้วผมเด้งไปอยู่ห้องไหนเนี่ย???
 
เหลือเวลาอีกประมาณ 15 นาที ผมหน้าซีด รีบถามครูคุมสอบว่าทำยังไงดี ครูแกบอกให้ไปติดต่อกองกลางที่ชั้นล่าง ผมก็รีบวิ่งสี่คูณร้อยลงบันไดมา ระหว่างทางก็สวนกับเพื่อนเก่าเป็นกระบุง ปัดโธ่ ตอนนั่งรอเกือบชั่วโมงไม่เจอซักคน ตอนรีบๆละเจอเป็นขโยง ฮ่วย
 
ผมเดินเข้าไปในห้องโล่งๆ มีครูน่งอยู่ประจำโต๊ะหลายๆจุด ครูท่านหนึ่งแกชี้ไปทางครูอีกคนที่กำลังโทรศัพท์อยู่ ผมก็ไปหยุดรออยู่ตรงหน้า กะว่าจะรอแกคุยเสร็จ เดินยังไม่ทันถึงแกก็ถามมาซะงั้นว่ามีปัญหาอะไร เอ้า ครูไม่ได้คุยโทรศัพท์อยู่หรอกหรอครับ
 
จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้ผมเดือดร้อนจริงๆ ผมก็เล่าให้แกฟังว่าชื่อหน้าห้องไม่มีผม แต่ตรงป้ายประกาศมันมี ในเว็บก็มี ข้อมูลห้องตรงกันหมด แกมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็คิ้วขมวดนิดๆ พลางเรียกครูอีกคนมาช่วยหาข้อมูลในคอม ระหว่างนั้นแกก็ชวนคุยโน่นคุยนี่ คงเห็นผมนั่งสั่นเป็นเจ้าเข้า เหงื่อนี่แตกท่วม แกเลยอยากให้เราใจเย็นลง (กราบขอบพระคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ถ้าไม่ได้อาจารย์ผมคงอาการหนักกว่านี้ ^^)
 
แต่ตอนนั้นผมเย็นไม่ลงหรอกครับ Tongue out สอบ PAT จีนสำหรับผมเป็นอะไรที่สำคัญมาก ถ้าไม่มีคะแนนรอบนี้ผมจะยื่นคะแนนไม่ทัน อีกอย่างผมทุ่มเรียนพิเศษจีนไปก็เยอะ ทุกอย่างก็เพื่อสอบครั้งนี้ อยู่ๆชื่อหายซะงั้น เวลาก็เหลืออีกไม่มาก ณ ตอนนั้นผมสติแตกเลยครับ มันเป็นช่วงเวลาที่เครียดมาก อารมณ์เหมือนจะถ่ายหนักแต่ห้องน้ำเต็มน่ะครับ
 
ซักพักก็มีนักเรียนอีกกลุ่มนึงเดินเข้ามาติดต่อด้วยปัญหาเดียวกัน ถามไปถามมาปรากฏว่าพวกเขาสอบห้องเดียวกับผม เอาล่ะสิ ชื่อหายกันเป็นกลุ่มขนาดนี้ เรื่องใหญ่แน่ๆ ครูแกก็กลุ้มใจ เลยตัดสินใจให้เราขึ้นไปก่อน เดี๋ยวรายชื่อจะตามไป ตอนออกมาผมก็ถามเพื่อนที่ชื่อหายว่ากี่โมงแล้ว เธอตอบว่า
 
--12:56 น.--
 
อีก 4 นาที จะถึงเวลาสอบ
 
 
ม่ายยยยยยยยยยย
 
อีก 4 นาที ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
...หลังจากที่ผมสติแตกไปสิบวินาทีเศษๆ เพื่อนใหม่ก็ดึงความเป็นผู้เป็นคนของผมกลับมาด้วยการถามคำถาม แต่คำถามที่ได้มาก็ทำให้ผมอึ้งไปเล็กน้อย
 
"เธออ่านมาด้วยหรอ?"
 
เอ่อ จะว่าไงดีล่ะ สอบใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องอ่านมาสิ คนที่จะไม่อ่านมีแค่ 2 ประเภทเท่านั้นแหละ
 
1. เรียนเข้าใจแจ่มแจ้ง มีความรู้อยู่มากพอ (สำหรับ PAT จีนต้องมีความรู้มหาศาลจริงๆ มากปานนั่งเรือสำเภามาจากแผ่นดินใหญ่ อะไรประมาณนั้น)
 
2. เตรียมดิ่ง
 
...กลับมาที่ผมกันต่อ ผมเดินฉับๆไปที่ห้องสอบเดิม ก็เห็นครูคุมสอบกับใบรายชื่อ บังเอิญแกเรียกชื่อผมพอดีเลย ผมเลยไปนั่งสงบสติอารมณ์ในห้องสอบ เอาวะ อย่างน้อยก็ได้ที่นั่งสอบแล้ว ได้สอบแน่นอน ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร ได้สอบแน่ๆ ตั้งสติไว้ ตั้งสติไว้....
 
ตืดดดดดดดดดดดด
--13:00 น.--
เริ่มทำข้อสอบ
 
 
 
....ข้อสอบยังแจกไม่เสร็จเลย....
 
เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้เย็นไว้
 
...โอเค.... เดี๋ยวเราจะขอครูทดเวลาสอบ ไม่เป็นไร....
 
ในระหว่างนั้นทั้งห้องก็นั่งฟังครูคุยเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ และได้ข้อสรุปว่า
 
จำใบรายชื่อหน้าห้องได้ไหมครับ ที่ผมบอกว่ามันแม็กคร่อมใบเก่า
 
มันไม่ได้คร่อมใบเก่าหรอกครับ
 
ใบรายชื่อ PAT ญี่ปุ่น มันคร่อมใบรายชื่อ PAT จีนอยู่!!!!!
 
ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก นี่หรือคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้ช้านนนนสอบช้าาาาาาาาา
 
ใครเป็นคนติดฟะ!!!?? ไม่ได้ดูวันเวลารึงายยยยยยยยยยย ใครสั่งใครสอนให้ติดเอกสารหลายหน้าแบบมิดชิด ไม่ให้เปิดดูแบบน้านนนนนนน โอ้ยยยยยยย
 
แต่ละคนได้แต่ส่ายหัว พลางรอครูแจกข้อสอบครบถึงเริ่มลงมือทำได้ กว่าจะได้ทำเวลาก็ผ่านไปเกือบ 10 นาทีแล้วมั้ง
 
 
--เปิดไปหน้าแรก--
 
...ไม่ยากอย่างที่คิดแฮะ...
 
PAT จีนเป็นข้อสอบที่ขึ้นชื่อมานานว่าคะแนนเฉลี่ยต่ำเลี่ยเตี้ยดินมากครับ ใน 300 คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 80 เท่านั้น เพราะว่าข้อสอบมัน "ยาก" มาก
 
แต่ผมอ่านแล้วก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ ข้อแรกนี่ความรู้ระดับประมาณ ป.6
 
...ข้อสอง โอ๊ะ กระโดดมา ม.3 ได้....
 
....พอข้อสามเท่านั้นแหละ....
 
นี่มันอะไรวะเนี่ยยยยยยยยยยยย
 
อ่านไม่ออก ไม่เข้าใจ ต้องการอะไรจากช้านนนนนนน
 
ใน 100 ข้อ ผมเจอไวยากรณ์ประมาณ 50 ข้อได้ มากันหลายรูปแบบเลยทีเดียว ทั้งพินอิน ลำดับขีด คำพ้องรูป คำไวพจน์ วลีที่ความหมายเหมือนกัน คำบุพบท สันธาน นู่นนี่สารพัด ยังไม่นับพวกคำถามแบบ "ผู้พูดมีความรู้สึกอย่างไร" นะครับ คุณเอ้ยยย แค่แกะตัวจีนก็ยากแล้ว นี่ต้องมานั่งคิดถึงความรู้สึกจากประโยคนั้นอีก ผมบอกตรงๆเลย จะมีซักกี่ประโยค ความรู้สึกเดียวที่ได้คือ
 
ยุบยับ ยั้วเยี้ย
 
ครับ
 
 
--ผ่านไปซักพัก--
 
เจอแล้วครับ ช่วงที่โหดร้ายทารุณที่สุด ความบ้าสุดกู่ที่แท้จริงของ PAT จีน
 
ความรู้ทั่วไป
 
ทุกคนที่เตรียมสอบ PAT จีนจะทราบกันดีอยู่แล้วครับ ว่าข้อสอบทุกชุดจะมีช่วงความรู้ทั่วไป ที่ออกเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับประเทศจีน โดยขอบเขตของมันนั้นเรียกได้ว่า อะไรที่เกี่ยวกับจีนเอามาออกได้หมด
 
ฟังดูไม่เท่าไหร่ใช่ไหมครับ? มาลองดูข้อสอบครั้งนี้กัน (เท่าที่ความรู้ผมจะเอื้ออำนวยนะครับ ^^")
 
 
นายกรัฐมนตรี (ไม่ใช่ประธานาธิบดี) คนปัจจุบันของจีนคือใคร?
 
 
อันนี้ยังเบาๆ 
 
 
ชู หยวน (屈原) คือ _____(เติมอาชีพ)______ผู้โด่งดังของจีน 
 
 
....ใครหว่า?.....
 
 
ภูเขาหวงซาน (黄山) อยู่ที่มณฑลอะไร?
 
 
จะไปรู้มั้ยครับ T.T
 
 
ข้อใดไม่อยู่ใน 4 สุภาพบุรุษ (四君子)?
 
อันนี้เพิ่งมาหาข้อมูลทีหลังครับ 4 สุภาพบุรุษคือดอกไม้ 4 อย่างที่มักปรากฏในภาพวาด ได้แก่ ดอกเบญจมาศ ดอกพลัม ดอกกล้วยไม้ และไผ่
 
ในหัวผมนี่ดอกไม้บานสะพรั่งเลยครับ แต่ความรู้นี่ไม่มีเลย
 
 
.....เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างจากข้อสอบของปีนี้ครับ ถ้าไปย้อนดูจะมีอีกเยอะ ประเด็นคือผมว่าสอบ "ภาษา" เนี่ย มันไม่ควรเอา "วัฒนธรรม" มาเกี่ยวนะครับ ไม่งั้นก็เปลี่ยนชื่อวิชาเป็น "ภาษาและวัฒนธรรม" ไปเลยดีกว่า....
 
 
--หน้าท้ายๆ--
 
ผมจะอ้วกแล้วครับ
 
ผมจะอ้วกจริงๆ....อ้วกแบบ.....อ้วกน่ะครับ มันพะอืดพะอมมาก เวียนหัวไปหมด ตัวหนังสือนี่ลายตาระดับสูงสุด เหมือนปาเศษหญ้าใส่หน้าแล้วให้แกะเป็นคำๆ เหงื่อไม่แตกท่วม แต่ตัวนี่เย็นเชียว ทั้งๆที่อากาศก็อบอ้าวนิดๆ (พิมพ์ถึงตรงนี้ผมเริ่มมึนเลย สงสัยอาการยังไม่หายดี Tongue out)
 
ช่วงท้ายเป็นบทความครับ เป็นบทความที่ยากบรม ยากเวอร์ ยากลืมตาย ได้ข่าวว่าเขาบอกว่า PAT จีนระับความยากจะอยู่ที่ HSK 4 (เป็นการสอบวัดระดับภาษาจีนมาตรฐานสากลครับ ระดับ 4 จะเป็นระดับพื้นฐาน ไม่ง่ายเกินไป)
 
ผมขอค้านครับ! ค้านสุดใจขาดดิ้นเลย ระดับ 4 อะไรกัน นี่มันระดับ 5 ชัดๆ!  แต่ละคำนี่แทบเดาทางไม่ถูกว่ามาจากไหน อักษรจีนเป็นอักษรภาพ แต่นี่แกะไม่ออกเลยครับว่ามันมาจากอะไร ถ้าเปรียบเทียบเป็นไทยก็คงประมาณ จากประโยคว่า เขาเป็นคนรักษาความสะอาด กลายเป็น ชายคนนั้นถือเป็นผู้มีสุขอนามัยดีเลิศ อะไรทำนองนั้น Tongue out
 
จากที่เข้าใจคร่าวๆ (ตอนนั้นไม่ไหวแล้วครับ ต้องเงยหน้าทุก 3 นาที ก้มแล้วมึนมาก) บทความสุดท้ายเล่าถึงชายที่อยากไปรัฐฉู่ (น่าจะเป็นก๊กของเล่าปี่ สมัยสามก๊กน่ะครับ) (แน่นอนว่ามาหาข้อมูลทีหลัง) ซึ่งต้องเดินทางไปทิศใต้ แต่ชายคนนั้นหันรถม้าไปทิศเหนือ แล้วก็เถียงกับเพื่อนจนจบบทความ ข้อสุดท้ายของข้อสอบถามถึงขอคิดที่ได้ มีตัวเลือกอันนึงบอกว่า "จะทำอะไรต้องมีเป้าหมายจึงจะไม่เดินทางผิด"
 
แหม่ จะบอกว่าที่ผมเรียนมาหลายปีนี่คือเดินทางผิดสินะครับ
 
จบร้อยข้อ ตอนผมทำเสร็จยังเหลืออีก 1 ชั่วโมง ผมก็บิดตัวบ้างอะไรบ้าง นั่งทำจนเส้นยึดหมดแล้ว หันไปรอบๆถึงได้เห็นสภาพ ว่าทุกคนดับอนาถหมดแล้ว ฟุบหน้ากันทั้งห้อง ไม่มีใครเหลือรอดซักคน ยกเว้นสาวแกร่งคนหนึ่งที่สอบ PAT ญี่ปุ่น รายนั้นก็นั่งเพ่งกุมขมับเหมือนกัน
 
หนึ่งชัวโมงที่ไหลผ่านไปอย่างเงียบๆ เหมือนช่วงไว้อาลัยให้กับผู้เข้าสอบก็ไม่ปาน สิ้นเสียงครูบอกให้ออกจากห้องสอบได้ นักเรียนทั้งห้องก็หัวเราะออกมาพร้อมกันทั้งๆที่หลายคนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน
 
มันเป็นเสียงหัวเราะที่สื่อถึงความสิ้นหวังได้อย่างชัดเจนที่สุด Foot in mouth
 
.....................................
 
ถ้าจะให้สรุปความรู้สึกทั้งหมดที่ได้สัมผัสมาในวันนี้เป็นประโยคสั้นๆล่ะก็ ผมคงพูดได้แต่เพียงว่า....
 
"ผมนี่นั่งรถม้าเลย"

Comment

Comment:

Tweet

#1 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 05:31

Recommend